(=^ェ^=) Welcome to the blog of Ms.Sangrawee Songtrai(=^ェ^=)

วันพุธที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

บันทึกอนุทินครั้งที่ 6

บันทึกอนุทิน
วิชา การจัดประสบการณ์การศึกษาแบบเรียนรวมสำหรับเด็กปฐมวัย
อาจารย์ผู้สอน อาจารย์ตฤณ แจ่มถิน
วันที่  24  กุมภาพันธ์  2558

กลุ่มเรียน 105 ( วันอังคาร ) เวลา 08.30 – 12.20 น.

สอบ

วันพุธที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

    Professor Happy Birthday!    



  have a Happy Birthday , request have strong health , there is the progress in the work and have one’s hopes fulfilled for what , wish every the points.  



วันอังคารที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

บันทึกอนุทิน ครั้งที่ 5



บันทึกอนุทิน
วิชา การจัดประสบการณ์การศึกษาแบบเรียนรวมสำหรับเด็กปฐมวัย
อาจารย์ผู้สอน อาจารย์ตฤณ แจ่มถิน
วันที่ 10 กุมภาพันธ์  2558
กลุ่มเรียน 105 ( วันอังคาร ) เวลา 08.30 – 12.20 น.



ความรู้ที่ได้รับ
            ก่อนที่จะเข้าสู่เนื้อหาของการเรียนในวันนี้ อาจารย์แจกกระดาษ และถุงมือ อาจารย์ให้นักศึกษาทุกคนเอาถุงมือไปใส่ข้างที่ไม่ถนัด แล้ววาดรูปหลังมือข้างที่ใส่ถุงมือ ลงบนกระดาษ และเก็บรายละเอียดเท่าที่จำได้
เนื้อหา
การสอนเด็กพิเศษและเด็กปกติ
ทักษะของครูและทัศนคติ
การฝึกเพิ่มเติม
•                  อบรมระยะสั้น , สัมมนา
•                  สื่อต่างๆ
การเข้าใจภาวะปกติ
•                  เด็กมักคล้ายคลึงกันมากกว่าแตกต่าง
•                  ครูต้องเรียนรู้ , มีปฏิสัมพันธ์กับเด็กปกติและเด็กพิเศษ
•                  รู้จักเด็กแต่ละคน
•                  มองเด็กให้เป็น “เด็ก”
เพิ่มเติม  คนเป็นครูต้องจำชื่อจริงและชื่อเล่นของเด็กให้ครบทุกคน
การคัดแยกเด็กที่มีพัฒนาการช้า
•                  การเข้าใจพัฒนาการของเด็ก จะช่วยให้ครูสามารถมองเห็นความแตกต่างของเด็กแต่ละคนได้ง่าย
เพิ่มเติม ครูต้องมีจริตในการพูด การเอาเรื่องของเด็กไปพูดกับครูท่านอื่นควรพูดในแง่บวกอย่าพูดแง่ลบให้ครูคนอื่นฟัง
ความพร้อมของเด็ก
•                  วุฒิภาวะ
•                  แรงจูงใจ
•                  โอกาส
การสอนโดยบังเอิญ
•                  ให้เด็กเป็นฝ่ายเริ่ม / เด็กเป็นฝ่ายถาม
•                  เด็กเข้าหาครูมากเท่าไหร่ ยิ่งมีโอกาสในการสอนมากขึ้นเท่านั้น
•                  ครูต้องพร้อมที่จะพบเด็ก
•                  ครูต้องมีความสนใจเด็ก
•                  ครูต้องมีความรู้สึกที่ดีต่อเด็ก
•                  ครูต้องมีอุปกรณ์และกิจกรรมล่อใจเด็ก
•                  ครูต้องมีความตั้งใจจริงในการช่วยให้เด็กแต่ละคนได้เรียนรู้
•                  ครูต้องใช้เวลาในการติดต่อไม่นาน
•                  ครูต้องทำให้เป็นเรื่องสนุกสนาน
อุปกรณ์
•                  มีลักษณะง่ายๆ
•                  ใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง
•                  เด็กพิเศษได้เรียนรู้จากการสังเกตและเลียนแบบเด็กปกติ
•                  เด็กปกติเรียนรู้ที่จะให้ความช่วยเหลือเด็กพิเศษ
เพิ่มเติม อุปกรณ์ไม่แบ่งเพศ เช่น แป้งโด , ตัวต่อ , ไม้บล็อก เป็นต้น
             อุปกรณ์แบ่งเพศ เช่น ตุ๊กตา , หุ่นยนต์ , ที่คาดผม เป็นต้น
ตารางประจำวัน
•                  เด็กพิเศษไม่สามารถยอมรับการเปลี่ยนแปลงสิ่งที่ทำอยู่เป็นประจำ
•                  กิจกรรมต้องเรียงลำดับเป็นขั้นตอนและทำนายได้
•                  เด็กจะรู้สึกปลอดภัยและมั่นใจ
•                  การสลับกิจกรรมที่อยู่เงียบๆกับกิจกรรมที่เคลื่อนไหวมากๆ
•                  คำนึงถึงความพอเหมาะของเวลา
ทัศนคติของครู
ความยืดหยุ่น
•                  การแก้แผนการสอนให้เหมาะสมกับสถานการณ์
•                  ยอมรับขอบเขตความสามารถของเด็ก
•                  ครูต้องตอบสนองต่อเป้าหมายที่สำคัญที่สุดสำหรับเด็กแต่ละคน  (สำคัญที่สุด)
การใช้สหวิทยาการ

•                  ใจกว้างต่อคำแนะนำของบุคคลในอาชีพอื่นๆ
•                  สร้างความสัมพันธ์ระหว่างการบำบัดกับกิจกรรมในห้องเรียน
การเปลี่ยนพฤติกรรมและการเรียนรู้
เด็กทุกคนสอนได้
•                  เด็กเรียนไม่ได้เพราะไร้ความสามารถ
•                  เด็กเรียนไม่ได้เพราะขาดโอกาส
เทคนิคการให้แรงเสริม
แรงเสริมทางสังคมจากผู้ใหญ่
•                  ความสนใจของผู้ใหญ่ที่มีต่อเด็กนั้นสำคัญมาก
•                  มีแนวโน้มจะเพิ่มพฤติกรรมที่ดีของเด็ก และมักเป็นผลในทันที
•                  หากผู้ใหญ่ไม่สนใจพฤติกรรมที่ดีนั้นๆก็จะลดลงและหายไป
วิธีการแสดงออกถึงแรงเสริมจากผู้ใหญ่
•                  ตอบสนองด้วยวาจา
•                  การยืนหรือนั่งใกล้เด็ก
•                  พยักหน้ารับ ยิ้ม ฟัง
•                  สัมผัสทางกาย
•                  ให้ความช่วยเหลือ , ร่วมกิจกรรมกับเด็ก
เพิ่มเติม การทำศิลปะสำหรับเด็กพิเศษ ครูควรให้เด็กทำให้เสร็จก่อน แล้วให้เขาเล่าให้ฟัง ครูอย่าไปพูดหรือชี้แนะเด็ก เพราะจะทำให้ไปเปลี่ยนความคิดหรือจินตนาการของเด็ก
หลักการให้แรงเสริมในเด็กปฐมวัย
•                  ครูต้องให้แรงเสริมทันทีที่เด็กมีพฤติกรรมอันพึงประสงค์
•                  ครูต้องละเว้นความสนใจทันทีและทุกครั้งที่เด็กแสดงพฤติกรรมที่ไม่พึ่งประสงค์
•                  ครูควรให้ความสนใจเด็กนานเท่าที่เด็กมีพฤติกรรมที่พึ่งประสงค์
เพิ่มเติม ครูควรชมเด็กแค่พฤติกรรมที่ครูตั้งเป้าไว้
การแนะนำหรือบอกบท (prompting)
•                  ย่อยงาน
•                  ลำดับความยากง่ายของงาน
•                  การลำดับงานเป็นการเสริมแรงเพื่อให้เด็กค่อยๆก้าวไปสู่ความสำเร็จ
•                  การบอกบทจะค่อยๆน้อยลงตามลำดับ  (สำคัญสำหรับเด็ก)
ขั้นตอนการให้แรงเสริม
•                  สังเกตและกำหนดจุดมุ่งหมาย
•                  วิเคราะห์งาน กำหนดจุดประสงค์ย่อยๆในงานแต่ละขั้น
•                  สอนจากง่ายไปยาก
•                  ให้แรงเสริมทันทีเมื่อเด็กทำได้ หรือเมื่อเด็กพยายามอย่างเหมาะสม
•                  ลดการบอกบท เมื่อเด็กเรียนรู้ที่จะก้าวไปขั้นต่อไป
•                  ให้แรงเสริมเฉพาะพฤติกรรมที่ใกล้เคียงกับเป้าหมายที่สุด
•                  ทีละขั้น ไม่เร่งรัด “ยิ่งขั้นเล็กเท่าไหร่ ยิ่งดีเท่านั้น”
•                  ไม่ดุหรือตี
การกำหนดเวลา
•                  จำนวนและความถี่ของแรงเสริมที่ให้กับพฤติกรรมการเรียนรู้ของเด็กต้องมีความเหมาะสม
ความต่อเนื่อง
•                  พฤติกรรมทุกๆอย่างในชีวิตประจำวันต่อเนื่องกันระหว่างพฤติกรรมย่อยๆ หลายๆอย่างรวมกัน
•                  เช่น การเข้าห้องน้ำ การนอนพักผ่อน การหยิบและเก็บของ การกลับบ้าน
•                  สอนแบบก้าวไปข้างหน้า หรือย้อนมาจากข้างหลัง
เพิ่มเติม สอนแบบก้าวไปข้างหน้า คือ ให้เด็กทำเองตั้งแต่แรก จนถึงขั้นสุดท้าย
ย้อนมาจากข้างหลัง คือ ครูจะทำให้เด็กตั้งแต่ขั้นแรก ส่วนขั้นสุดท้ายเด็กจะเป็นคนทำเอง
เด็กตักซุป
•                  การจับช้อน
•                  การตัก
•                  การระวังไม่ให้น้ำในช้อนหกก่อนจะเข้าปาก
•                  การเอาช้อนและซุปเข้าปากแทนที่จะทำให้หกรดคาง
•                  การเอาซุปออกจากช้อนเข้าสู้ปาก
การลดหรือหยุดแรงเสริม
•                  ครูจะงดแรงเสริมกับเด็กที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม
•                  ทำอย่างอื่นและไม่สนใจเด็ก
•                  เอาอุปกรณ์หรือขอเล่นออกไปจากเด็ก
•                  เอาเด็กออกจากการเล่น
ความคงเส้นคงวา

กิจกรรม ร้องเพลง





การบ้าน อาจารย์ให้นักศึกษากลับไปฝึกร้องเพลง 4 เพลง

การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้
-                   สามารถนำเพลงไปปรับ / ประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนได้ในอนาคต
-                    ได้รู้การร้องเพลงที่ถูกต้อง และตรงจังหวะ
-                    ได้รู้เทคนิค และวิธีการเสริมแรงว่าควรเสริมแรงให้เด็กมีพฤติกรรมที่ดี
การประเมิน
ตนเอง  :  เข้าเรียนตรงต่อเวลา แต่กายสุภาพเรียบร้อย ตั้งใจวาดรูป และร้องเพลง แม้จะวาดไม่สวยก็ตาม ร้องเพลงก็มีเพี้ยนบ้าง ตั้งใจเรียน ฟังเวลาที่อาจารย์อธิบาย  จดบันทึกในส่วนที่ไม่มีในเนื้อหาเพิ่มเติม
เพื่อน  :  เข้าเรียนตรงต่อเวลา อาจมีบางคนเข้าเรียนสายบ้างแต่ไม่เยอะ มีความตั้งใจฟังอาจารย์อธิบายเป็นอย่างดี เพื่อนบางคนมีการจดเนื้อหาเพิ่มเติม

อาจารย์  :  อาจารย์มาสอนตรงต่อเวลา แต่กายเรียบร้อย อาจารย์หากิจกรรมมานักศึกษาได้ทำ ก่อนที่จะเริ่มเข้าสู่บทเรียน